ไม่ล้างรถหน้าฝน สีพังไม่รู้ตัว

0
17

หลายคนอาจจะบ่นว่า “หน้าฝนแบบนี้มันไม่ต้องล้างกันทุกวี่ทุกวันเลยเหรอฟระครับ!?!” เราขอแนะนำว่าหากคุณไม่มีเวลาล้างแบบเต็มขั้น ก็แค่ใช้สายยางฉีดไล่คราบน้ำฝน คราบสกปรก และหาผ้าสะอาดๆ (สำหรับเช็ดรถ) เช็ดให้หมดจดก็ช่วยรักษาสภาพรถได้อย่างง่ายๆ อีกวิธีหนึ่งเช่นกัน แต่หากคุณอยากให้สีรถสวยเงางามอยู่เสมอ การดูแลแบบครบขั้นตอน จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

วิธีดูแลรักษาสีรถอย่างถูกวิธีในช่วงหน้าฝน

1.หมั่นล้างรถอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังลุยฝนมาสดๆ ร้อนๆ เป็นการลดการเกิดคราบฝังแน่น แต่หากไม่มีเวลามากนัก แนะนำให้ใช้สายยางฉีดไล่ฝุ่น โคลน และคราบน้ำฝนออกไป และใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง

2.เมื่อขับรถลุยฝนมาแล้ว พยายามอย่าจอดรถตากแดด
เพราะจะเป็นการทำร้ายสีรถซ้ำหนักเข้าไปอีก ด้วยแสดงแดดจะทำให้คราบน้ำฝนแห้ง เป็นคราบฝังตัวแน่น และอาจกัดลงลึกถึงเนื้อสีได้

3. ไม่ควรนำผ้าแห้งมาเช็ดรถในทันทีหลังลุยฝนมา เพราะเป็นสาเหตุก่อให้เกิดรอยได้ ด้วยขณะที่เราขับรถลุยฝนนั้น จะมีฝุ่น ทราย โคลน เกาะที่ผิวรถ ดังนั้นควรฉีกล้างออกก่อนจะเป็นการดีที่สุด

4. ไม่ควรล้างรถเองในช่วงเย็นๆ ค่ำๆ
เพราะบางครั้งน้ำที่ตกค้างอยู่ตามซอกซึ่งเราอาจทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง อาจเป็นสาเหตุทำให้รถเป็นสนิมได้

5.ไม่ควรจอดรถใต้ร่มไม้ที่มียางเกสร ดอก หรือผล
เพราะในฤดูฝน มักมีลมกรรโชกแรง นอกจากต้นไม้จะหักหรือล้มมาโดนรถเราได้แล้ว สิ่งดังกล่าวอาจจะปลิวมาติดรถ และทำให้สีรถเสียหาย เกิดรอยด่างได้ หากเราไม่แก้ไขในทันที

6.แนะนำให้เคลือบสีรถหากมีเวลา การเคลือบสีรถนอกจากจะนำให้รถเงางามแล้ว ยังช่วยป้องกันคราบน้ำฝน หากเคลือบสีบ่อยๆ น้ำจะไม่เกาะที่ตัวรถ จึงช่วยลดการเกิดคราบ และทำให้ล้างรถได้ง่ายขึ้น

ถึงตรงนี้คุณคงรู้กันแล้วว่าเหตุใดเราจึงควรต้องล้างทำความสะอาดรถกันบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าฝนแบบนี้ ดังนั้นเรามาเปลี่ยนความคิด หันมาล้างรถกันเป็นประจำดีกว่า ขยันซักนิด ทนสักหน่อย อย่างน้อยก็คุ้มค่ากับความเงางามของสีรถนะครับผม

ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ อย่าลืมแชร์บอกเพื่อนๆกันนะครับ