ประวัติและที่มาของ Ford

logo ford

ประวัติของ Ford

 

Ford ก่อตั้งในปี 2446 มีชื่อว่า บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ (Ford Motor Company) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งโดยเฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford) ซึ่งเขาเคยทำงานเป็นวิศวกรของ บริษัทเอดิสัน ในเมืองดีทรอยต์ ได้รับมอบหมายให้ศึกษาและพัฒนาเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมัน จนเมื่อพัฒนารถยนต์สี่ล้อคันแรกสำเร็จในปี 2439 มีชื่อว่า ฟอร์ด ควอดริไซเคิล (FORD QUADRICYCLE) ซึ่งในเวลาต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ (Ford Motor Company) มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทำร่วมกับหุ้นส่วนทางธุรกิจอีก 11 รายได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัทแห่งนี้ขึ้น

Henry Ford
Henry Ford

ที่มาของชื่อ Ford นั้นได้มาจากชื่อสกุลของนายเฮรี่ ฟอร์ด (Henry Ford) อัจฉริยะบุคคลนักประดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งกิจการรถยนต์ ฟอร์ด

สัญลักษณ์ของ Ford

logo ford

โลโก้ของฟอร์ดเป็นรูปวงกลมสีน้ำเงินมีเส้นขอบสีขาว และตรงกลางเป็นตัวอักษร FORD สีขาว เน้นความเรียบง่าย วงรีรูปไข่ของฟอร์ดเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังสื่อถึงโลกทั้งใบที่บริษัทฟอร์ดนำไปวิ่งบนท้องถนน โดยยึดหลักง่ายๆ 3 ประการ คือ ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม ธุรกิจแข็งแกร่ง และโลกที่ดีกว่าเดิม

รถยนต์คันแรกของ Ford

Ford Model T

เมื่อปี 2446 ได้มีการนำระบบสายพานมาใช้ในการผลิต โดยให้อุปกรณ์ไหลไปตามสายพานและให้คนงานประกอบรถยนต์ทีละส่วน และทำให้สามารถผลิตรถยนต์หนึ่งคันเพียงชั่วโมงครึ่ง มีชื่อว่า ฟอร์ด โมเดล ที (Ford Model T) เป็นรถยนต์ที่สวยงาม มีความแข็งแรงทนทาน และมีราคาถูกกว่ารถยนต์ยี่ห้ออื่นในตลาดเกือบครึ่ง รถยนต์รุ่นนี้ผลิตจนถึงปี 2470 จำหน่ายได้ทั้งหมดราว 15 ล้านคัน

รถยนต์รุ่นต่างๆที่น่าสนใจ

  • Suv
Everest
Everest

ออกแบบมาให้พร้อมลุยผ่านสถานการณ์สมบุกสมบัน และอุปสรรค์ที่ไม่คาดฝัน ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่พร้อมสำหรับทุกการเดินทางที่ไม่ธรรมดา ได้เวลาออกไปค้นพบโลกใบใหม่

  • Trucks
Ranger
Ranger

ขับลุยน้ำ บรรทุกของหนัก หรือขับบนพื้นทรายสูงชันก็ไม่หวั่น ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ลุยน้ำลึกได้สูงสุด 800 มม. พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายที่ทำให้ทุกความท้าทายกลายเป็นเรื่องง่ายๆ

  • Raptor
Raptor
Raptor

ความสูงใต้ท้องรถ 283 มิลลิเมตร แล้วสิ่งกีดขวางของการขับออฟโรดก็ไม่ใช่อุปสรรค .พร้อมขับออฟโรดและลุยน้ำ

  • Performance
Mustang
Mustang

ช่วยเบิร์นยาง ซึ่งต่อจากนี้ทักษะการขับในสนามแข่งของคุณจะไปไกลยิ่งขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องพยายามเหยียบคันเร่งและเบรกพร้อมกันเพื่อเบิร์นยางอีกต่อไป

มาลองฟังประวัติและที่มาของ Ford

Credit : ขอบคุณข้อมูลจาก https://clickacars.com/

ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ อย่าลืมแชร์บอกเพื่อนๆกันนะครับ