ต่อ พ.ร.บ. ยังไงให้ถูกต้อง ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

ต่อพ.ร.บ.รถยนต์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง หลายคนมักจะสงสัยว่าการต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ใช้อะไรบ้าง ง่ายนิดเดียวเลยครับ!! สำหรับต่อ พ.ร.บ.รถยนต์เราจะทำควบคู่ไปพร้อมกับการต่อทะเบียนรถยนต์ ซึ่งพ.ร.บ.รถยนต์จะไม่สามารถซื้อย้อนหลังได้นะครับ แต่สามารถซื้อความคุ้มครองล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน แล้วเอกสารที่จะต้องเตรียมเพื่อต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ จะมีอะไรกันบ้างนะ เรามาดูกันเลยดีกว่าครับ !! สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนรถ หรือเล่มจริง เพียงเอกสารไม่กี่อย่างเท่านี้ เราก็สามารถนำไปต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ได้ทันทีครับ สามารถไปต่อได้ที่กรมการขนส่งแต่ละจังหวัด หรือไม่สะดวกเดินทางก็ติดต่อได้กับบริษัทประกันภัย จะช่วยให้ขั้นตอนเป็นไปอย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายการทำ พ.ร.บ.รถยนต์ แต่ละบริษัทก็จะมีเรทราคาต่างกัน นอกนั้นความคุ้มครองก็จะเหมือนกันตามกฎหมายทุกบริษัท มาทบทวนความเข้าใจ พ.ร.บ.รถยนต์ คืออะไร เพื่อทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น คำว่า พ.ร.บ. ย่อมาจาก พระราชบัญญัติ ซึ่งความหมายของ...

เรื่องน่ารู้สำหรับ คนใช้รถยนต์ เป็นประจำ

รถยนต์ถือเป็นสิ่งใกล้ตัวของพวกเราเป็นอย่างมากในยุคนี้ เพราะพวกเรานั้นมีการใช้งานกันอยู่ตลอด รวมถึงการมีรถยนต์เป็นของตัวเองก็ถือเป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งในชีวิตของคนยุคนี้เลยก็ว่าได้ จึงทำให้เห็นได้ว่ามีจำนวนรถยนต์บนท้องถนนเพิ่มมากขึ้นในทุกวัน แต่ถึงอย่างนั้น Thaiautoflim.com ก็มีเรื่องน่ารู้สำหรับ คนใช้รถยนต์ เป็นประจำมาฝากกัน เพื่อที่พวกเราที่ใช้รถยนต์จะได้เข้าใจในการใช้งานให้มากขึ้นคนไม่มีรถก็สามารถอ่านไว้เป็นความรู้ติดตัวได้นะ เพราะในอนาคตเราอาจจะมีรถยนต์เป็นของตัวเองก็ได้ หรือจะเก็บไว้เป็นความรู้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะได้พอช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนได้ครับ สัญญาณบนหน้าปัดทุกอย่างมีความหมาย หลายๆ คนที่ใช้รถคงคุ้นเคยกันดีกับสัญญาณที่หน้าปัด เพราะเป็นจุดที่มีเครื่องหมายสัญลักษณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวรถอยู่ โดยเครื่องหมายสัญลักษณ์ต่างๆ เหล่านี้จะบอกเตือนเราถึงการทำงานในส่วนที่สำคัญต่างๆของรถ ว่ายังทำงานได้ปกติหรือไม่ โดยแบ่งตามสีดังนี้ สีเขียว – สามารถใช้งานได้ปกติ สีเหลือง – ยังสามารถใช้ได้ แต่เป็นการแจ้งเตือนให้เราตรวจเช็คจุดนั้นๆ สีแดง – อาจจะยังใช้งานได้ ควรหยุดรถแล้วรีบตรวจสอบความผิดปกติทันที เพราะแสดงถึงความอันตรายนั่นเอง เครื่องหมายสัญลักษณ์และสีของสัญลักษณ์ ถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐานที่ไม่ควรมองข้ามในการขับรถอย่างเด็ดขาด เพราะหากมองข้ามไป เราอาจจะต้องมานึกย้อนเสียใจในตอนที่รถยนต์แสนรักเกิดความเสียหายขึ้นแล้วก็เป็นได้ เติมน้ำมันแต่พอดี ถือว่าเป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจเป็นอย่างมาก...

ติดฟิล์มดำหรือ ฟิล์มปรอท แบบไหนดีกว่ากัน?

คนที่กำลังจะติด ฟิล์มรถยนต์ อาจจะเคยได้ยินว่า มี ฟิล์มกรองแสง ติดรถยนต์อยู่สองประเภทคือ ฟิล์มดำ เเละ ฟิล์มปรอท แล้วทั้งสองชนิดมีความแตกต่างกันอย่างไร มีข้อเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยมาให้คุณช่วยในการตัดสินใจ ฟิลม์ปรอท คือฟิล์มที่ช่วยสะท้อนเเสงอาทิตย์เเละสะท้อนความร้อนได้มากกว่าเพราะเป็นฟิล์มที่ใช้ติดกระจกอาคารบ้านเรือนมีความสะท้อนแวววับ การติดฟิล์มชนิดนี้บานหน้าควรติดในค่าเปอร์เซ็นต์ไม่มากจนเกินไป รวมถึงกระจกบานอื่นๆ รอบคันเนื่องจากเป็นฟิล์มที่มีการเคลือบปรอท หากค่าเปอร์เซ็นต์ของปรอทสูงเกินไปจะทำให้แสงตกกระทบเเล้วสะท้อนสร้างความรำคาญตาให้กับผู้พบเห็น นอกจากนั้นข้อเสียของฟิล์มชนิดนี้คือตัวเซนเซอร์ Easypass ก่อนใช้บริการการทางพิเศษเซนเซอร์อาจอ่านได้ยากกว่าฟิล์มปกติ สัญญาณ GPS หรือโทรศัพท์มือถือทะลุเข้ามาในรถได้ยากทำให้สัญญาณโทรสัพท์หากใช้ในรถไม่แรง ข้อดี – สะท้อนแสง UV ได้ดี ยิ่งค่าปรอทมากก็ยิ่งกันความร้อนได้มาก – ห้องโดยสารเย็น ข้อเสีย -กลางคืนมองไม่ชัด เวลามองด้านข้างจะเกิดภาพสะท้อน -เเสงสะท้อนตอนกลางวันสร้างความรำคาญให้ผู้พบเห็น ฟิล์มดำ หากคุณต้องการความเป็นส่วนตัวทำกิจกรรมต่างๆ ในรถคนมองไม่เห็นฟิล์มดำค่า 60เปอร์เซ็นต์คือคำตอบที่เหมาะสำหรับคุณ เวลาแสงตกกระทบกระจกไม่สะท้อนโดนตาคนที่มอง แต่ข้อเสียของฟิล์มดำคือหากติดฟิล์มในค่าความเข้มมากเกินไปหากขับในเวลากลางคืนจะยากต่อการมองขณะขับรวมถึงการถอยในที่มืดมองลำบาก ทำให้ต้องคอยลดกระจกลงมาเพื่อมองเวลาถอยทุกครั้ง ข้อดี -ไม่สะท้อนแสงเวลามองกระจกซ้ายขวา เเละบานหน้าก็ไม่สะท้อน – ค่าความเข้มของฟิล์ม 60-80% มีความเป็นส่วนตัว คนภายนอกมองไม่เห็นข้างในห้องโดยสาร ข้อเสีย -สะท้อนเเสงแดดได้ไม่ดีเท่าฟิล์มปรอท -ฟิล์มที่มีความเข้มมากๆ กลางคืนหรือในที่มือมองลำบาก       ขอขอบคุณข้อมูลจาก : judas17 Mthai

วิธีตรวจเช็ก “ฟิล์มกรองแสง” เสื่อมสภาพง่ายๆ ด้วย 3 วิธีนี้

ฟิล์มกรองแสง มีหน้าที่คอยช่วยกรองแสง หรือลดแสงแดดจากดวงอาทิตย์ที่จะผ่านเข้ามาทางกระจกรถยนต์ นอกจากนี้ฟิล์มกรองแสงที่ดียังต้องช่วยในเรื่องของการลดความร้อน และรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตอีกด้วย      สำหรับฟิล์มกรองแสงที่ได้มาตรฐานส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งาน 5 - 10 ปี (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และรุ่นที่เพื่อนๆ เลือกใช้) และฟิล์มกรองแสงจะมีการเสื่อมสภาพการใช้งานลงทุกปี      ซึ่งวิธีตรวจเช็กฟิล์มกรองแสงว่าเสื่อมสภาพหรือยัง มีอยู่ดังนี้ 1.ตรวจดูสีของฟิล์มว่ามีสีอ่อน หรือจางลงจากเดิมหรือไม่ 2 .แอร์ไม่ค่อยเย็น ภายในห้องโดยสารมีอุณหภูมิสูง หรือร้อนขึ้นผิดปกติ (อุณหภูมิภายนอก และระดับแอร์ที่เปิดเท่าเดิม) โดยทั้งหมดที่ว่ามานี้ คือคุณตรวจเช็กระบบแอร์มาแล้วว่ายังดีอยู่ 3.ฟิล์มพอง มีรอยยับรอยย่น และมีฟองอากาศเป็นจุดๆ   หากพบว่าฟิล์มที่ใช้งานอยู่เสื่อมสภาพแล้ว เพื่อนๆ ควรจะจัดการเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย และเลือกใช้ยี่ห้อที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เพราะหากใช้ฟิล์มย้อมสีที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน อาจจะได้เปลี่ยนใหม่บ่อยๆ เนื่องจากฟิล์มจำพวกนี้ใช้งานได้เต็มที่ประมาณ 1...

หลักการเลือกซื้อรถที่ “ใช่” สำหรับคุณ !

การตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ที่ "ชอบ" สักคัน คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่หากต้องเลือกซื้อรถที่ "ใช่" ทั้งด้านการใช้งาน และงบประมาณสักคันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับบางคน เรามีหลักการหรือปัจจัยเบื้องต้นให้ลองนำไปพิจารณากัน 1. งบประมาณ การซื้อรถ "งบประมาณ" คือ สิ่งสำคัญที่ต้องคิดถึงเป็นอันดับแรก ถ้ามีเงินสดมากพอ แนะนำให้ซื้อด้วยเงินสดไปเลย จะได้ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยหลักหมื่นหลักแสนจากการผ่อนชำระ หากไม่อยากเสียเงินก้อนหรือมีแค่เงินดาวน์ สามารถซื้อด้วยเงินผ่อนได้ แต่ต้องคิดให้รอบคอบก่อนว่าเรามีความสามารถในการชำระค่างวดมากน้อยเพียงใด โดยประเมินจากรายรับ/รายจ่ายในแต่ละเดือน เช่น มีรายได้เดือนละ 35,000 บาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 40 % เป็นเงิน 14,000 บาท ค่าใช้จ่ายภายในบ้านเดือนละ 10,000 บาท เท่ากับจะมีเงินเหลือผ่อนชำระค่างวดรถเดือนละไม่เกิน 11,000 บาท นอกจากนี้...

ดูฟิล์มยังไงไม่ให้โดนฟัน?

ระวังนะโลกยุคนี้มันอยู่ยาก เลือกฟิล์มรถไม่ดี มีสิทธิ์โดนฟัน เพราะการเลือกฟิล์มติดรถมันไม่ง่ายเลย มีทั้งฟิล์มโฆษณาเว่อร์ใช้ค่ากัน อินฟราเรดมาโฆษณาเป็นค่ากันร้อนรวม บอกรับประกัน 7-10 ปี พอจะเคลมแต่ละทีกลับหาตัวไม่เจอ ใส่มาตรฐานรับรองโก้ๆ แต่ได้มาจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ และยังมีอีกเยอะเลยครับ คนที่รับผลเสียเต็มๆ ก็คือลูกค้าที่ช้ำใจพร้อมกับค่าเสียหายที่โดนฟันกำไรนับหมื่น วันนี้แอดมินเลยนำภาพที่อธิบายเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆ มาให้รับชมกันครับ ขอขอบคุณภาพน่ารักๆจาก : https://www.facebook.com/FilmLamina/  

เลือกฟิล์มกันร้อน อย่าดูแค่สีของฟิล์ม!!

จะเลือกฟิล์มกันร้อนดีๆ ควรดูค่ากันรังสีอะไรดี? จะค่ากันรังสีอินฟราเรด รังสียูวี หรือรังสีอะไรดีนะ ? บอกเลยครับ ว่าไม่ควรดูค่าเดียว เพราะความร้อนจากแสงอาทิตย์มาจากหลายรังสีรวมกัน ทั้งรังสีอินฟราเรด (IR: Infrared Rays) รังสียูวี (UV: Ultraviolet Rays) และแสงสว่าง (VL: Visible Light)เพราะฉะนั้นการเลือกดูแค่ค่ากันรังสีใดรังสีหนึ่งก็คงคล้ายๆ กับการเลือกซื้อรถสักคันแล้วดูที่ กันชนหน้าเพียงอย่างเดียว แล้วไม่ดูรถรอบคัน   ต้องขอขอบคุณภาพน่ารักๆจาก : https://www.facebook.com/FilmLamina/

ทำไม ยิ่งล้างรถ ยิ่งเป็นรอย

บ่อยครั้งที่เราล้างรถเสร็จแล้ว พบว่ารถที่เราล้างซะสะอาด กลับมีรอยขนแมวที่ไม่เคยเจอมาก่อนปรากฏขึ้นมากวนใจ แม้จะเป็นรอยเล็กๆที่คนอื่นไม่เห็น ..แต่เจ้าของรถอย่างเราก็เห็น สาเหตุของรอยขนแมวที่เกิดขึ้นจากการล้างรถ สาเหตุที่พบบ่อยมักเกิดจากการล้างรถผิดวิธี เช่น มีเศษฝุ่นผงเล็กๆที่มีความแหลมคมอยู่บนผิวรถขณะที่เราล้าง แล้วเกิดการขูดผิวจนเป็นรอย หรือเกิดจากการใช้ผ้าที่มีเนื้อแข็ง มีฝุ่นผงจับอยู่ ในการเช็ดถูทำความสะอาดรถ การแก้ไขรอยพวกนี้ ทำได้โดยการขัดผิวรถ ซึ่งหากยิ่งขัดบ่อย หรือขัดไม่ถูกวิธี ก็จะทำให้ผิวรถบางและสร้างรอยด่างให้กับรถได้ครับ การปกป้องผิวรถเอาไว้ก่อน จะง่ายและคุ้มค่ากว่าการแก้นะครับ😉 Lamina Films ขอแนะนำตัวช่วย เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว 🛡1.ติดตั้งฟิล์มปกป้องสีรถยนต์ที่มีคุณภาพอันดับ 1 จากอเมริกา LLumar Paint Protection Film ที่สามารถปกป้องรถคุณจากมูลนก สารเคมี รอยขีดข่วน รวมทั้งสามารถป้องกันสีรถยนต์จากรอยเฉี่ยวชนได้เป็นอย่างดี – Click https://www.facebook.com/LLumarThailand/ 🛡2.เคลือบปกป้องสีรถยนต์ด้วย TRIBOS ผลิตภัณฑ์เคลือบปกป้องอันดับ...

ทำไมหลังติดฟิล์มห้ามเปิดกระจก 7 วัน

บทความนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ ‘ฟิล์มกรองแสงรถยนต์’ หนึ่งในรายการของแถมที่น้องเซลล์ (มัก) จะยื่นข้อเสนอมาให้เวลาเราซื้อรถใหม่ครับ ฟิล์มกรองแสงที่ดูเหมือนไม่มีอะไร ฟิลม์แบบไหนก็เหมือนกันทำให้ว่าที่เจ้าของรถใหม่หลายคนคิดว่าจะใช้แบบไหนก็ได้หรือไม่ได้ใส่ใจมาก ขอแค่แถมมาเถอะ! เพราะจะได้ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา ไม่ต้องออกไปหาศูนย์ติดฟิล์มข้างนอกอีก เรียกว่าวันรับรถพร้อมใช้ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พอขึ้นชื่อว่าเป็นของแถมก็มักจะแลกมาด้วยประสิทธิภาพที่ไม่เต็มที่ ในช่วงแรกของการใช้งานอาจจะไม่มีปัญหากวนใจ แต่พอใช้งานผ่านไป 6 เดือน - 1 ปี ทีนี้ละความทรมานเริ่มมาเยือน เพราะฟิล์มกรองแสงที่แถมมาให้ (แบบที่เราไม่รู้ที่มาที่ไป) เริ่มออกอาการเห็นภาพไม่ชัดบ้าง เบลอบ้าง เกิดฟองอากาศบ้าง ขับแล้วปวดหัว จนถึงรู้สึกร้อนจนแสบผิว ส่งผลให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ สุดท้ายแล้วเรื่องจะจบก็คือต้องติดตั้งฟิล์มกรองแสงใหม่นั่นละ เพื่อไม่ให้ชีวิตต้องเสี่ยงอุบัติเหตุ แถมวุ่นวายใจ สำหรับใครที่กำลังจะออกรถใหม่ ได้ออปชันพ่วงจากเซลล์ หรือกำลังคิดที่จะเปลี่ยนฟิล์มกรองแสง...

รถคันแรกของประเทศไทย

ย้อนกลับไปเมื่อ 100 ที่แล้ว รถยนต์คันแรกเข้ามาวิ่งในแผ่นดินสยามถือเป็นสิ่งแปลกใหม่บนท้องถนน คนยุคนั่นคงนึกไม่ถึงว่ามันจะเป็นพาหนะสำคัญ จนเป็นปัจจัยที่ 5 ของผู้คนในยุคปัจจุบัน ธุรกิจรถยนต์ยุคเริ่มต้นมีเพียงรถอิมพอร์ตเจ้าของร้านเป็นฝรั่งต่างชาติไม่กี่ร้านและแต่ละร้านก็สูญสลายไปใน เวลาต่อมาตำนานรถยนต์และธุรกิจรถยนต์ต่างเลือนไปจากความทรงจำของคนรุ่นปัจจุบันเสียสิ้นจากฝรั่งสู่มือคนไทย รถคันแรกในเมืองบางกอก ปี 2406 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดให้ตัดถนนสายแรกในมหานครขึ้นคือถนนเจริญกรุง ตั้งต้นที่กำแพงพระบรมมหาราชวังเลียบฝั่งเจ้าพระยาไปสิ้นสุดที่บางคอแหลมหรือถนนตกในปัจจุบัน ในยุคนั้นมีเพียงรถลากและรถม้าเป็นเจ้าครองถนนสายแรกที่มีความยาว 6.5 กม.และในช่วง 30 ปีต่อมาก็มีการตัดถนนเพิ่มเพียงไม่กี่สาย ในปี 2435 ในยุคของรัชกาลที่ 5 ถนนในเมืองบางกอกรวมกันแล้วมีความยาวเพียง 12 กม. แม้ถนนบางสายจะมีความกว้างถึง 20 เมตรก็ตาม หากหลับตานึกภาพบนท้องถนนสมัยนั้นมีรถยนต์มาวิ่งท่ามกลางรถม้าและ รถลากคงเกิดความโกลาหลไม่น้อย การกำเนิดรถยนต์ในประเทศไทยและการที่พระราชวงศ์ไทยสนพระทัยในเรื่องรถยนต์เป็นเรื่องที่อุบัติขึ้นแทบ จะเป็นเวลาเดียวกันกับช่วงเปลี่ยนศตวรรษเมื่อเริ่มมีการผลิตรถยนต์ในยุโรปและอเมริกาเหนือ รถยนต์คันแรกขึ้นบกที่ท่าเรืออู่บางกอก...